Author: help.bestkru

  • วิธีหาบัตรเดบิตธนาคาร 2569

    บัตรเดบิตแบบพื้นฐานของธนาคารต่างๆ

    บัตรเดบิตทั่วไปจะสามารถใช้ชำระเงินค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าหรือออนไลน์ได้ มีความสะดวกสบายเนื่องจากไม่ต้องพกพาเงินสด และมีความปลอดภัยสูง โดยต้องใส่รหัสผ่านเมื่อชำระผ่านเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้าและใส่รหัส CVV ที่อยู่ด้านหลังบัตรพร้อมรหัส OTP ที่ได้รับใน SMS เมื่อชำระออนไลน์

    บัตรเดบิตจะมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ทางธนาคารว่าจะกำหนดสิทธิประโยชน์ของบัตรแต่ละแบบอย่างไร โดยธนาคารจะมีบัตรพื้นฐานที่มีค่าธรรมเนียมรายปีถูกที่สุดเมื่อเทียบกับบัตรอื่นๆ สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์มากเท่าบัตรที่มีค่าธรรมเนียมรายปีสูงกว่าบัตรแบบพื้นฐาน

    Visa กับ MasterCard คืออะไร ต่างกันตรงไหน

    วีซ่าและมาสเตอร์การ์ดไม่ได้เป็นผู้ออกบัตรเครดิตโดยตรง แต่เป็นตัวกลางในการชำระเงิน และดำเนินการระหว่าง ร้านค้า กับ สถาบันการเงิน มีสิทธิประโยชน์และข้อเสนอต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกัน และมีการให้บริการที่ไม่แตกต่างกัน

    การใช้บัตรเดบิตชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์

    ในปัจจุบัน นอกจากเราจะใช้บัตรเดบิตในการกดเงินสดได้แล้ว เรายังสามารถใช้บัตรเดบิตแตะจ่ายเงินได้ที่ร้าน หรือห้างสรรพสินค้าที่รองรับการชำระเงินแบบ Paywave ได้อีกด้วย และอีกประโยชน์ของบัตรเดบิตที่มองข้ามไม่ได้เลย คือ การนำบัตรเดบิตมาใช้จ่ายออนไลน์นั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้ว บัตรเดบิตที่ต้องการนำมาใช้ชำระค่าบริการหรือสินค้าออนไลน์จะต้องเปิดใช้บริการสำหรับการชำระเงินออนไลน์กับทางธนาคารก่อน

    ตัวอย่างบัตรเดบิตของธนาคารที่เป็นที่นิยม

    ธนาคารกสิกร

    บัตร VISA

    ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 50 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี 250 บาท


    กดที่นี่เพื่อดูวิธีสมัคร
    สมัครบริการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์
    กดที่นี่เพื่อดูรายการบัตรเดบิตแบบอื่นๆ ของธนาคารกสิกร

    ธนาคารไทยพาณิชย์

    บัตร MasterCard

    ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ธนาคารได้เปิดใช้บริการชำระสินค้าและบริการออนไลน์สำหรับบัตรทุกใบโดยอัตโนมัติ ท่านสามารถปลดระงับการชำระสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY หรือ SCB Call Center โทร. 0-2777-7777 และ ใช้บัตรเดบิตสำหรับช้อปปิ้งออนไลน์ได้ทันที

    ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท

    กดที่นี่เพื่อดูวิธีสมัคร
    กดที่นี่เพื่อดูบัตรเดบิตแบบอื่นๆ ของธนาคารไทยพาณิชย์

    ธนาคารกรุงไทย

    บัตร MasterCard

    ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท

    สมัครบัตรเดบิตที่สาขาธนาคารกรุงไทย
    สมัครบริการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์
    กดที่นี่เพื่อดูบัตรเดบิตแบบอื่นๆ ของธนาคารกรุงไทย

    ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต

    บัตร Visa

    ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี 250 บาท

    สมัครบัตร TTB all free
    สมัครบริการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์
    กดที่นี่เพื่อดูรายการบัตรเดบิตแบบอื่นๆ ของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต

    ธนาคารออมสิน

    บัตร MasterCard

    ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฟรี
    ค่าธรรมเนียมรายปี ฟรี

    สมัครบัตรเดบิต ออมสิน เบสิค
    สมัครบริการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์
    กดที่นี่เพื่อดูรายการบัตรเดบิตแบบอื่นๆ ของธนาคารออมสิน

    ธนาคารกรุงศรี

    บัตร Visa

    ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
    ค่าธรรมเนียมรายปี

    สมัครบัตรเดบิต All ATMs
    สมัครบริการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์
    กดที่นี่เพื่อดูรายการบัตรเดบิตแบบอื่นๆ ของธนาคารกรุงศรี

  • วิธีใช้บัตรเดบิตชำระเงินอย่างปลอดภัย

    คุณสามารถใช้บัตรเดบิตที่คุณได้รับเมื่อเปิดบัญชีธนาคารสำหรับการชำระเงินออนไลน์บนเว็บไซต์ใดๆก็ได้

    • บัตรเดบิตของคุณจะมีคำว่า VISA หรือ MasterCard อยู่บนบัตร
    • VISA และ MasterCard เป็นบริษัทตัวกลางในการชำระเงินระหว่างร้านค้ากับธนาคาร
    • VISA และ MasterCard ได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากล มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก

    การลงทะเบียนเพื่อชำระเงินออนไลน์

    ลงทะเบียนบัตรเดบิตของธนาคารไทยพาณิชย์กับเว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์ กดที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้

    ลงทะเบียนบัตรเดบิตธนาคาไทยพาณิชย์

    ลงทะเบียนบัตรเดบิตของธนาคารกสิกรกับเว็บไซต์ธนาคารกสิกร กดที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้

    ลงทะเบียนบัตรเดบิตธนาคารกสิกร

    การลงทะเบียน Verified by Visa (สำหรับบัตรเดบิต Visa) และ MasterCard Secure Code (สำหรับบัตรเดบิต MasterCard) จะเพิ่มความปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าด้วยบัตรเดบิต โดยจะให้ใช้งานบัตรด้วยรหัสผ่าน (Password) และข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Assurance Message: PAM) เท่านั้น แม้จะมีคนขโมยบัตร หรือจำเลขบัตรไป ก็จะไม่สามารถนำไปใช้จ่ายออนไลน์ได้

  • วิธีแจ้งการโอนเงินเมื่อไม่มีหลักฐานการโอนเงิน

    หากคุณเติมเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งาน แต่ไม่มีหลักฐานการโอนเงิน โปรดดำเนินการต่อไปนี้

    1. เขียนอีเมลให้เจ้าหน้าที่ โดยใช้อีเมลที่คุณลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานเท่านั้น
    2. ระบุหัวข้ออีเมล “เติมเงินเข้าบัญชี BestKru” ในช่องหัวข้อ
    3. ระบุเนื้อหาต่อไปนี้อย่างละเอียด
    • วันและเวลาที่แน่นอนที่คุณโอนเงิน (สำคัญมาก)
    • ชื่อและเลขที่ธนาคารที่คุณโอนเงินเข้ามา
    • ชื่อธนาคาร เลขที่บัญชี และชื่อบัญชีที่คุณใช้โอนเงินเข้ามา
    • วิธีที่คุณโอน: โอนเงินออนไลน์, ATM, CDM, ฝากเงินเข้าธนาคาร เป็นต้น
    • หากคุณโอนเงินผ่าน ATM/CDM/ฝากเงินเข้าธนาคาร โปรดระบุสถานที่ของเครื่องหรือสาขาของธนาคารที่ฝากเงินเข้ามาด้วย

    ยิ่งคุณให้ข้อมูลมาก เราก็จะสามารถหาการโอนเงินของคุณได้เร็วขึ้น โปรดพึงระลึกว่าในบางสถานการณ์ การดำเนินการอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2 วันขึ้นไปในการตรวจสอบการโอนเงินของคุณ

  • วิธีแจ้งการโอนเงินด้วยการส่งหลักฐานการโอนเงิน

    หลักฐานการโอนเงิน เช่น ไฟล์รูปภาพที่คุณได้จากแอพพลิเคชั่นของธนาคารเมื่อคุณโอนเงินเรียบร้อยแล้ว, รูปภาพสลิปที่คุณได้จากเครื่อง ATM/CDM, รูปภาพใบเสร็จฝากเงินเมื่อคุณฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร เป็นต้น

    โปรดดำเนินการต่อไปนี้เพื่อส่งหลักฐานการโอนเงิน

    1. กดที่ลิ้งค์ต่อไปนี้เพื่อส่งหลักฐานการโอนเงิน “ส่งหลักฐานการโอนเงิน
    2. เลื่อนไปที่ข้อ “2. อัพโหลดหลักฐานการโอนเงิน” ในหน้าดังกล่าว
    3. กดปุ่ม choose file
    4. กดปุ่ม “ส่งรูปภาพ”

    แอดมินจะตรวจสอบหลักฐานการโอนเงินของคุณ จากนั้นจึงจะนำเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งานให้แก่คุณภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่คุณส่งหลักฐานการโอนเงิน และพนักงานจะส่งอีเมลแจ้งคุณเมื่อนำเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งานให้คุณเรียบร้อยแล้ว

  • วิธีเติมเงินเข้าเว็บไซต์ BestKru

    การชำระเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ จะเป็นการหักเงินจากยอดเงินคงเหลือในบัญชีผู้ใช้งานเว็บไซต์ของคุณ หมายความว่าหากคุณต้องการใช้บริการที่มีการคิดค่าธรรมเนียม คุณจะต้องเติมเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งานก่อน เพื่อให้สามารถใช้หักเป็นค่าธรรมเนียมได้

    มีวิธีการเติมเงิน 2 วิธีดังนี้

    1. เติมเงินผ่านการโอนเงินธนาคาร

    กดที่ลิ้งค์ต่อไปนี้ https://pro.bestkru.com/billing/bank

    1. โอนเงินเข้าบัญชีใดบัญชีหนึ่งที่แสดง (ขั้นต่ำ 400 บาท)
    2. ถ่ายรูปหลักฐานการโอนเงิน
    3. อัพโหลดหลักฐานการโอนเงิน โดยกดที่ choose file จากนั้นกดปุ่ม “ส่งรูปภาพ”
    4. รอยอดเงินในบัญชีอัพเดทภายใน 24 ชั่วโมง

    2. เติมเงินผ่านบัตรเครดิต หรือเดบิต

    1. กดที่ลิ้งค์ต่อไปนี้ https://pro.bestkru.com/billing/cards
    2. กรอกข้อมูลบัตรในแบบฟอร์ม
    3. กดปุ่ม “เติมเงิน”
    4. คุณจะได้รับเงินในบัญชีทันที

  • วิธีเติมเงินผ่านบัตร

    คุณสามารถใช้บัตรเดบิตหรือเครดิตก็ได้ ในการเติมเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งาน BestKru ของคุณ

    กดที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้เพื่อเติมเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งานเว็บไซต์ BestKru

    https://pro.bestkru.com/billing/cards

    ตัวอย่างหน้าเติมเงินผ่านบัตร

    วิธีเติมเงินเข้าบัญชีผู้ใช้งานผ่านบัตรเดบิต หรือเครดิต

    1. เลือกจำนวนเงิน
    2. กรอกหมายเลขบัตร
    3. กรอกวันหมดอายุ
    4. กรอกหมายเลข CVC
    5. กรอกชื่อผู้ถือบัตร
    6. กดปุ่ม “เติมเงิน”

    เมื่อเติมเงินเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับอีเมลยืนยันการเติมเงิน พร้อมลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดใบเสร็จรับเงินของคุณ และยอดเงินในบัญชีผู้ใช้งานของคุณจะได้รับการอัพเดททันที

  • กรอกรหัส CVV/CVC หรือรหัสหลังบัตรผิด

    รหัส CVV/CVC หรือ รหัสความปลอดภัยหลังบัตร เป็นรหัสที่ถูกพิมพ์อยู่ด้านหลังบัตรเครดิต/เดบิตซึ่งเป็นบัตรของบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ เช่น VISA, MasterCard เป็นต้น

    ธนาคารผู้ออกบัตรจะเป็นผู้ออกบัตรเครดิต/เดบิตให้คุณ โดยใช้บริการชำระเงินของบริษัท VISA, MasterCard และรหัสหลังบัตรนี้เป็นรหัสสำคัญ และถูกใช้ในทำนองเดียวกับรหัสผ่านในการชำระเงินออนไลน์บนเว็บไซต์ต่างๆ ดังนั้นทุกครั้งที่คุณชำระเงินออนไลน์บนเว็บไซต์ใดๆก็ตาม คุณต้องกรอกรหัสหลังบัตรนี้เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของบัตรที่คุณใช้ชำระเงิน

    จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณใส่รหัสผิด?

    เมื่อคุณตกลงชำระค่าสินค้าหรือบริการออนไลน์และใส่รหัสหลังบัตรเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าคุณจะกรอกรหัสผิดหรือถูกก็ตาม ธนาคารผู้ออกบัตรจะดำเนินการกันเงินจำนวนที่คุณระบุว่าต้องการชำระให้ร้านค้านั้นๆในบัญชีของคุณทันที คุณอาจได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารว่ามีการชำระเงินหรือกำลังดำเนินการชำระเงินให้แก่ร้านค้าดังกล่าวทันทีที่มีการกันเงินในบัญชีของคุณ

    เงินที่ธนาคารผู้ออกบัตรกันไว้ในบัญชีของคุณจะยังไม่ถูกส่งให้ร้านค้า แต่ยังอยู่กับธนาคารที่กันเงินจำนวนนั้นไว้ และระบบของธนาคารจะตรวจสอบความถูกต้องของรหัส cvv ที่คุณกรอกเป็นขั้นตอนต่อไป

    หากรหัสที่คุณกรอกไม่ถูกต้อง ธนาคารจะยกเลิกการดำเนินการชำระเงิน และไม่ส่งเงินจำนวนนั้นให้ร้านค้า แต่จะดำเนินการยกเลิกการกันเงินในบัญชีของคุณ บางธนาคารอาจยกเลิกการกันเงินในบัญชีของคุณทันทีและแจ้งคุณว่าการชำระเงินไม่สำเร็จ ในขณะที่บางธนาคารจะขึ้นสถานะดำเนินการชำระเงินให้แก่ร้านค้าไว้ และยกเลิกการกันเงินในบัญชีของคุณภายในระยะเวลาเร็วสุดหนึ่งสัปดาห์ โดยคุณจะสามารถเห็นยอดเงินที่ธนาคารกันไว้ หลังจากธนาคารยกเลิกการกันเงินของคุณแล้ว

    สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อคุณชำระเงินผ่านบัตร VISA/MasterCard คือ เงินของคุณจะมีความปลอดภัย และไม่ถูกส่งให้ร้านค้าในทันที จนกว่าระบบจะตรวจสอบความถูกต้องของรหัสความปลอดภัยหลังบัตร และคุณจะได้รับเงินคืนในบัญชีของคุณอย่างแน่นอนกรณีคุณกรอกรหัสผิด

  • การตรวจสอบเบอร์โทรลูกค้า

    คุณสามารถแน่ใจได้ว่าเบอร์โทรที่คุณได้รับจากข้อความ หรือเบอร์โทรที่ปรากฏบนแบบฟอร์มนั้นเป็นเบอร์โทรที่ถูกต้องของผู้กรอกแบบฟอร์มแน่นอน เนื่องจากเรามีวิธีการตรวจสอบเบอร์โทรของผู้ส่งข้อความหรือกรอกเบอร์โทรดังต่อไปนี้

    เว็บไซต์ตรวจสอบเบอร์โทรลูกค้าอย่างไร?

    หลังจากที่ลูกค้ากรอกเบอร์โทรแล้ว ระบบจะส่งรหัส OTP ให้ทางเบอร์โทรที่พวกเขาระบุ ลูกค้าจำเป็นต้องนำรหัส OTP ที่ได้ทาง SMS กลับมากรอกยืนยันตัวตนผู้ใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยระบบจะตรวจสอบว่ารหัส OTP ที่พวกเขานำกรอก ตรงกับรหัสที่ส่งให้เบอร์โทรนั้นๆทาง SMS หรือไม่ หากรหัส OTP ที่พวกเขากรอกมีความถูกต้อง แบบฟอร์มจะถูกส่งเข้าระบบ และข้อความจะถูกส่งให้คุณครูเจ้าของโปรไฟล์

    ลูกค้าพิมพ์เบอร์โทรที่ไม่มีอยู่จริง?

    หากลูกค้าพิมพ์เบอร์โทรที่ไม่มีอยู่จริง ระบบจะไม่สามารถส่ง OTP ได้ และแบบฟอร์ม หรือข้อความนั้นจะถูกลบออกจากระบบ

    ลูกค้าพิมพ์เบอร์โทรของผู้อื่น?

    หากลูกค้าพิมพ์เบอร์โทรมั่ว หรือพิมพ์เบอร์โทรของผู้อื่น ระบบจะส่งรหัส OTP เป็น SMS ไปทางเบอร์โทรนั้น นั่นหมายความว่าลูกค้าผู้กรอกแบบฟอร์มจะไม่ได้รับรหัส OTP เพื่อกรอกยืนยันเบอร์โทรตามเวลาที่กำหนด และแบบฟอร์มหรือข้อความที่ลูกค้าพิมพ์จะไม่ถูกส่งเข้าระบบ แต่จะถูกลบออกจากระบบทันที

    ดังนั้นคุณสามารถแน่ใจได้ว่า เบอร์โทรที่ผู้กรอกแบบฟอร์มระบุบนแบบฟอร์ม หรือข้อความ เป็นเบอร์โทรที่พวกเขาถือครองอยู่ในขณะที่กรอกแบบฟอร์มอย่างแน่นอน

  • วิธีติดต่อลูกค้า

    บนเว็บไซต์ BestKru คุณสามารถติดต่อลูกค้าที่สนใจเรียนพิเศษได้ 2 วิธีดังต่อไปนี้

    1. การติดต่อลูกค้าที่ส่งแบบฟอร์มเข้ามา

    แบบฟอร์มเหล่านี้จะเป็นแบบฟอร์มของผู้ที่สนใจเรียนพิเศษค่ะ ผู้กรอกแบบฟอร์มกรอกแบบฟอร์มเพื่อค้นหาครูสอนพิเศษในวิชาต่างๆที่สนใจเท่านั้น ไม่ได้ลงทะเบียนเรียน หรือตกลงเรียนแล้วแต่อย่างใด

    คุณครูสามารถติดต่อผู้สนใจเรียนพิเศษที่สนใจเรียนวิชาที่คุณครูสอนได้ แนะนำให้เลือกติดต่อลูกค้าที่คุณครูพิจารณาแล้วว่าน่าจะสนใจเรียนวิชาและครอสที่คุณครูสอน (พิจารณาโดยใช้ข้อมูลบนแบบฟอร์มนะคะ)

    ลูกค้าเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนหรือไม่ก็ได้ และคุณครูสามารถกำหนดครอส ราคา และเงื่อนไขต่างๆได้เอง การชำระค่าเรียนเมื่อลูกค้าตกลงเรียน ก็จะเป็นการชำระให้คุณครูโดยตรงเต็มจำนวนตามที่คุณครูตกลงกับลูกค้า

    2. การติดต่อลูกค้าด้วยการโปรโมทโปรไฟล์

    เป็นการให้เว็บไซต์โปรโมทโปรไฟล์ให้คุณครู โดยคุณครูจะถูกคิดค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับเบอร์โทรของลูกค้าที่สนใจวิชาที่คุณสอน

    ราคาค่าธรรมเนียมที่คุณตั้งค่าไว้จะถูกหักก่อนจากยอดเงินคงเหลือทั้งหมดเมื่อคุณได้รับการติดต่อจากนักเรียน/ผู้ปกครองในแต่ละครั้ง (หากเป็นผู้ติดต่อคนเดิม เบอร์โทรศัพท์เบอร์เดิม ระบบจะไม่หักเงินค่าธรรมเนียมซ้ำ) และคุณสามารถตั้งราคาที่ต้องการโปรโมทได้ด้วยตนเอง ราคาค่าโปรโมทโปรไฟล์ที่สูงกว่า จะได้อยู่ตำแหน่งที่สูงกว่า มีโอกาสแสดงให้ลูกค้าเห็นได้มากกว่า และบ่อยกว่าค่ะ